A-Z list
Server #1

ณ ประเทศสยาม พุทธศักราช 2429 ศร เด็กหนุ่มที่มีความผูกพันกับดนตรีไทยมาตั้งแต่เกิด หลังจากที่พี่ชายตนเองต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของคู่ปรับผู้พ่ายแพ้ในการดวลระนาด ศรจึงได้รับช่วงต่อจากพี่ชาย โดยมีพ่อซึ่งเป็นครูสอนดนตรีไทยเป็นผู้ฝึกปรือฝีมือจนมีชื่อเสียงร่ำลือในทางระนาด ด้วยความลำพองในฝีมือของตน ศร จึงขอให้พ่อพาเขาไปบางกอก ที่นั่นเองที่ศรได้เรียนรู้ถึงความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกจากฝีมือของนักระนาดเอก ขุนอิน ศรกลับบ้านด้วยความภาคภูมิใจที่ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น แต่ความสับสน ท้อแท้ สิ้นหวังกลับกลายเป็นความมุมานะที่จะฝึกฝนฝีมือ จนสามารถคิดค้นเทคนิคการตีระนาดที่ไม่เหมือนใคร ชื่อเสียงของศรร่ำลือไปจนถึงพระบรมมหาราชวัง ศรได้รับการอุปถัมภ์ให้เป็นนักดนตรีประจำราชสำนัก จนได้พบกับแม่โชติ สตรีผู้สูงศักดิ์ในวังและได้กลายเป็นคู่ชีวิตในเวลาต่อมา และไม่นานศรก็ได้เข้าร่วมแข่งขันดนตรีกับขุนอินอีกครั้ง ฝีมือที่ฝึกปรือมาอย่างไม่ท้อถอย ทำให้ศรสามารถเอาสติชนะขุนอินคู่ปรับเก่าได้

Based on the life of Luang Pradit Pairoh (Sorn Silapabanleng) the most revered traditional Thai music master who lived during the reigns of Kings Rama V to VIII, the movie traces the life of Sorn, who picked up the ra-nad ek (Thai xylophone) mallets as a small child and played all his life. The backdrop to Sorn’s life tale is the story of Thailand’s classical music from its golden age during the reign of King Rama V to near extinction after the end of the absolute monarchy when the government banned it as uncivilised in the 1930s — a time when Field Marshall Plaek Pibulsongkram tried to push the Kingdom into the modern era. The film shifts back and forth from the time when Sorn was a young man, playing in a xylophone duel with the intense Kun In, to the 1940s, when Thailand was under Japanese occupation and Sorn’s playing would provide some inspiration to the oppressed citizenry of the time. Written by Wise Kwai

ดูทั้งหมด...